นโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงาน

นโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงาน

นโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงาน (Compensation and Benefits Policy)
บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ผลิตและให้บริการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์จากพลาสติกครบวงจร มุ่งมั่นบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงานอย่างเป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณ การส่งเสริมความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ และการกำหนดค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยกำหนดตัวชี้วัดระดับองค์กร ตัวชี้วัดระดับฝ่ายหรือระดับแผนก และตัวชี้วัดระดับบุคคล รวมถึงการวัดและประเมินตารางทักษะ (Skill Matrix) ของพนักงานทุกระดับ ครอบคลุมถึงการพัฒนาทักษะและความรู้ของบุคลากร ตลอดจนการวัดประสิทธิผลของการดําเนินงานตามเป้าหมายการทำงานที่สอดคล้องกับฝ่ายหรือแผนกและองค์กร ซึ่งเป็นแนวทางในการกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงานในอัตราที่เหมาะสมและเทียบเคียงกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความสามารถในการจ่ายขององค์กร

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการจ้างงาน โดยคำนึงถึงขีดความสามารถ การปฏิบัติงานตามความสามารถของพนักงานในตำแหน่งต่าง ๆ ไม่เลือกปฏิบัติและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันทั้งสตรี ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยยึดหลักความเสมอภาค คุณสมบัติเหมาะสม การมีพันธะสัญญากับบริษัทฯ และการเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงาน รวมถึงความสอดคล้องกับค่านิยมองค์กรและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพ การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยค่าตอบแทนระยะสั้น บริษัทฯ ได้กําหนดการจ่ายผลตอบแทนที่สามารถเทียบเคียงได้อย่างเหมาะสมกับอัตราการจ่ายทั่วไปขององค์กรอื่นในธุรกิจเดียวกัน โดยอ้างอิงตามการประเมินผลดําเนินงานของบริษัทฯ ผลดําเนินงานฝ่ายหรือระดับแผนก และผลดําเนินงาน (KPI) ของแต่ละบุคคล สำหรับค่าตอบแทนระยะยาวในการสร้างแรงจูงใจและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ บริษัทฯ จัดให้มีทั้งในรูปแบบค่าตอบแทนทางการเงินและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับพนักงานในทุกระดับ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การประกันชีวิต การประกันอุบัติเหตุ การสนับสนุนการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาสายอาชีพ (Career Growth) และแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) เพื่อให้พนักงานทุกระดับได้รับโอกาสในการเติบโตในสายงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสร้างระบบค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติและคำนึงถึงความเสมอภาค เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืน โดยใช้ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPIs) ในระดับองค์กร ตัวชี้วัดระดับฝ่ายหรือระดับแผนก และตัวชี้วัดระดับบุคคล รวมถึงการประเมินสมรรถนะ (Competency) แบบ 360 องศา ซึ่งผลการประเมินทั้ง KPIs และสมรรถนะจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาค่าตอบแทน การเลื่อนตำแหน่ง และการพัฒนาทักษะของพนักงาน ดังนี้

  1. ระดับองค์กร: วัดผลสำเร็จของเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ผ่านตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) และค่าประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ซึ่งวัดจากความสามารถในการทำกำไร (EBITDA) เทียบกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ประเมินจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตามขอบเขตที่ 1 2 และ 3 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.20 ถึงร้อยละ 12.00 ของคะแนนผลการดำเนินงานประจำปีในระดับหัวหน้างานถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือประเมินสมรรถนะ (Competency) แบบ 360 องศาในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและทักษะอย่างรอบด้าน
  2. ระดับฝ่าย/แผนก: วัดผลตามตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ที่สนับสนุนเป้าหมายขององค์กร โดยใช้นโยบายการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นเกณฑ์ประเมินพนักงานในระดับหัวหน้างาน ระดับผู้จัดการ และระดับผู้บริหารสูงสุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.00 ถึงร้อยละ 5.00
  3. ระดับบุคคล : วัดผลตามตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของแต่ละบุคคลที่ตกลงร่วมกับผู้บังคับบัญชา

โครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการ

  1. ค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ (Competitive Total Compensation)

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนโดยเทียบเคียงกับมาตรฐานของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้ได้ โดยพิจารณาทั้งค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินตามตำแหน่งหน้าที่และประสบการณ์ และค่าตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น สวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบให้เหมาะสมและแข่งขันได้

  1. การจ่ายตามผลงานการปฏิบัติงาน (Pay-for-Performance)

บริษัทฯ กำหนดค่าตอบแทนผันแปร ได้แก่ โบนัสและรางวัลจูงใจ โดยอ้างอิงผลการปฏิบัติงานตาม KPIs ของแต่ละบุคคล ซึ่งเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับบุคคล ฝ่ายงาน ไปจนถึงระดับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานระดับหัวหน้างานขึ้นไป KPIs ระดับองค์กร จะมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 35 ถึง 45 ของคะแนนประจำปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดตัวชี้วัดความยั่งยืนผ่านตัวชี้วัดค่าประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ซึ่งวัดจากความสามารถในการทำกำไร (EBITDA) เทียบกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 2 และ3) และนำมาคิดเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนประเมินในระดับหัวหน้างานถึงผู้บริหาร ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 7 ถึง 12 ของคะแนนประจำปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร

  1. ความเสมอภาคภายใน (Internal Equity)

บริษัทฯ บริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมตามขอบเขตงาน คุณค่าของงาน ทักษะ และผลงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ
เชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะอื่น ๆ และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

  1. ความโปร่งใส (Transparency)

บริษัทฯ สื่อสารผลการประเมิน KPIs และการประเมินสมรรถนะแบบ 360 องศา เพื่อให้พนักงานเข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา รวมถึงเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนทั้งระดับองค์กร ระดับฝ่ายหรือระดับแผนก และระดับบุคคล

  1. ความสามารถในการจ่าย (Affordability)

บริษัทฯ ปรับค่าตอบแทนและโบนัสประจำปีตามผลประกอบการและความสามารถทางการเงินของบริษัทฯ ในการรักษาความยั่งยืนทางการเงิน

  1. โบนัสตามดุลยพินิจ (Discretionary Bonus)

บริษัทฯ คำนวณโบนัสโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลงานส่วนบุคคล โดยการพิจารณาการจ่ายโบนัสขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ

  1. การเตรียมความพร้อมเกษียณ (Retirement Preparation)

บริษัทฯ จัดสรรเงินบำเหน็จชราภาพตามกฎหมาย และทบทวนเงื่อนไขการจ้างพนักงานเกษียณที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความมั่นคงของกลุ่มเปราะบางในระยะยาว

  1. ความหลากหลายและการไม่เลือกปฏิบัติ (Diversity and Inclusion)

บริษัทฯ ส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมในการจ้างงานและพัฒนาอาชีพสำหรับสตรี ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง โดยพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสม

หลักการสำคัญของนโยบาย

  1. ค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ (Competitive Total Compensation)

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนโดยเทียบเคียงกับมาตรฐานของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้ได้ โดยพิจารณาทั้งค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินตามตำแหน่งหน้าที่และประสบการณ์ และค่าตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น สวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบให้เหมาะสมและแข่งขันได้

  1. การจ่ายตามผลงานการปฏิบัติงาน (Pay-for-Performance)

บริษัทฯ กำหนดค่าตอบแทนผันแปร ได้แก่ โบนัสและรางวัลจูงใจ โดยอ้างอิงผลการปฏิบัติงานตาม KPIs ของแต่ละบุคคล ซึ่งเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับบุคคล ฝ่ายงาน ไปจนถึงระดับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานระดับหัวหน้างานขึ้นไป KPIs ระดับองค์กร จะมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 35 ถึง 45 ของคะแนนประจำปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดตัวชี้วัดความยั่งยืนผ่านตัวชี้วัดค่าประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ซึ่งวัดจากความสามารถในการทำกำไร (EBITDA) เทียบกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 2 และ3) และนำมาคิดเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนประเมินในระดับหัวหน้างานถึงผู้บริหาร ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 7 ถึง 12 ของคะแนนประจำปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร

  1. ความเสมอภาคภายใน (Internal Equity)

บริษัทฯ บริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมตามขอบเขตงาน คุณค่าของงาน ทักษะ และผลงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ
เชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะอื่น ๆ และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

  1. ความโปร่งใส (Transparency)

บริษัทฯ สื่อสารผลการประเมิน KPIs และการประเมินสมรรถนะแบบ 360 องศา เพื่อให้พนักงานเข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา รวมถึงเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนทั้งระดับองค์กร ระดับฝ่ายหรือระดับแผนก และระดับบุคคล

  1. ความสามารถในการจ่าย (Affordability)

บริษัทฯ ปรับค่าตอบแทนและโบนัสประจำปีตามผลประกอบการและความสามารถทางการเงินของบริษัทฯ ในการรักษาความยั่งยืนทางการเงิน

  1. โบนัสตามดุลยพินิจ (Discretionary Bonus)

บริษัทฯ คำนวณโบนัสโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลงานส่วนบุคคล โดยการพิจารณาการจ่ายโบนัสขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ

  1. การเตรียมความพร้อมเกษียณ (Retirement Preparation)

บริษัทฯ จัดสรรเงินบำเหน็จชราภาพตามกฎหมาย และทบทวนเงื่อนไขการจ้างพนักงานเกษียณที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความมั่นคงของกลุ่มเปราะบางในระยะยาว

  1. ความหลากหลายและการไม่เลือกปฏิบัติ (Diversity and Inclusion)

บริษัทฯ ส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมในการจ้างงานและพัฒนาอาชีพสำหรับสตรี ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง โดยพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสม

การบริหารนโยบายและการกำกับดูแล

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดและทบทวนนโยบายนี้อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายยังคงทันสมัยและสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรและสภาวะตลาด โดยมีฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นผู้ดำเนินการประเมินผลงานและสื่อสารนโยบายแก่พนักงานพร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงด้านค่าตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ

การเชื่อมโยงกับความยั่งยืนและการปฏิบัติตามกฎหมาย

นโยบายนี้ได้บูรณาการเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับการบริหารค่าตอบแทน โดยเฉพาะการใช้ตัวชี้วัดค่าประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) และการส่งเสริมความเท่าเทียม (SDG 5 และ SDG 10) ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานแรงงานสากลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  • กฎหมายภาษีเงินได้และประกันสังคม
  • มาตรฐานแรงงานไทย (TLS 8001) และอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
  • แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน (ESG) ตามมาตรฐานสากล

ขอบเขตการบังคับใช้ (Scope of Application)

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทน เงินเดือน โบนัส และสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลบังคับใช้ในทุกหน่วยงานของบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการเป็นไปอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน และตอบสนองต่อมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน

ประกาศ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2568

(นางสาวกชรัตน์ ธนาดำรงศักดิ์)

กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์